แนะนำมาโจ้วแนะนำพระเจ้า


แนะนำเทพองค์ประธาน พระแม่เจ้าแห่งสรวงสวรรค์
ความเชื่อในเจ้าแม่มาโจ้วหรือเจ้าแม่ทับทิมสืบทอดมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง เผยแผ่ทั่วไปตามแนวชายฝั่งของประเทศจีน
และเผยแพร่ไปไกลยังประเทศในแถบเอเชียอาคเนย์โดยทั่วไปจะเห็นวัดเจ้าแม่มาจู่ในพื้นที่ที่อยู่อาศัยของคนจีน
เอกสารวรรณคดีที่มีการบันทึกเรื่องราวปาฏิหาริย์ของเจ้าแม่มาจู่นั้นในปัจจุบันพบว่ามีการบันทึกเป็นครั้งแรกในหนังสือ
“เพลงกวีวัดถีซุ่นจี้ (ถีซุ่นจี้เมี่ยวซือ)เ”ขียนโดย หวง กง ตู้ ในรัชสมัยของซ่งเกาจงฮ่องเต้ในช่วงระหว่างปีเส้าซิง
ครั้งที่สองในการประกาศเลื่อนบรรดาศักดิ์ของท่านผู้หญิงหลิงหุ้ยเจาหุ้ยจงฝูซ่านลี่เป็นพระนางหลิงหุ้ยเฟยของวัดซุ่นจี้
อำเภอผูเถียน เมืองซิงฮวาในสมัยของซ่งกวงจงฮ่องเต้ในปีเจาซีที่๓
ตามที่วัดได้มีการบันทึกซึ่งเป็นหลักฐานพงศาวดารโดยสังเขปดังนี้

ความเชื่อในเจ้าแม่มาโจ้วนั้นเริ่มต้นขึ้นในสมัยการปกครองของซ่งฮุยจงฮ่องเต้ในปีเซียนเหอที่ ๔ เมื่อทางราชสำนักได้สร้าง
“วัดซุ่นจี้”และประกาศให้เป็นศาสนาอย่างเป็นทางการเนื่องจากสมัยนั้นแคว้นซ่งถูกแคว้นกิมเข้ายึดตีจนต้อง
ถอยรนไปทางใต้ มีข้าวลือมากมายเกี่ยวกับเจ้าแม่มาจู่ที่แสดงปาฏิหาริย์ช่วยเหลือทางทหารผูเถียนในการรบ
ต่อมาเจ้าแม่มาโจ้วได้รับความสำคัญจากราชสำนักโดยยกย่องเลื่อนบรรดาศักดิ์อยู่เสมอจนทำให้เป็นที่เคารพศรัทธาในหมู่
ประชาชนทั่วไป ต่อมาในสมัยราชวงค์หยวนซึ่งมีกองทัพหลักคือกองทัพเรือ
ในสมัยนั้นความรู้เรื่องสภาพดินฟ้าอากาศและการเดินเรือยังไม่มากเช่นปัจจุบันทำให้มักประสบภัยทางทะเล
ซึงเป็นเหตุให้ความเชื่อในเจ้าแม่มาโจ้วนั้นยิ่งแรงกล้ามากขึ้น จนได้รับการยกย่องจากทางราชสำนักอย่างไม่ขาดสาย
เมื่อครั้งที่หมิงเจิ้งเหอ (นักเดินเรือในสมัยราชวงค์หมิง)
ออกทะเลไปทางมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นทำให้ยิ่งมีความเลื่อมใสศรัทธาในองค์เจ้าแม่มาจู่มากขึ้นในสมัยหมิงเฉิงจู่ฮ่องเต้
ปีหย่งเล่อที่๕ ได้มีการสร้างวัดขึ้นที่หลงเจียงเชี่ยะเมืองนานกิง เพื่อรำลึกถึงข้าราชการที่ทำคุณงามความดี
เป็นวัดที่ใช้ในพิธีไหว้บรรพชนซึ่งเป็นวัดหลวงแห่งแรก การสร้างวัดเพื่อสักการบูชาในหมู่ประชาชนนั้นมีอยู่โดยทั่วไป
ต่อมาในสมัยต้นราชวงค์ชิง ความเชื่อในเจ้าแม่มาโจ้วนั้นลดน้อยลง จนกระทั่งสมัยคังซีฮ่องเต้ “ซื่อหลาง”ซึ่งดำรงยศเป็น
“จิ่งไห่โหว (ยศขุนนางทางทะเล)” รบชนะยึดครองเขตพื่นที่ตามแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของจีน
รวมถึงแนวชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะไต้หวัน มีความเชื่อศรัทธาว่าได้รับความคุ้มครองจากเจ้าแม่มาโจ้ว
ซึ่งต่อมาราชสำนักได้ประทานบรรดาศักดิ์เป็น “มาจู่หรือหม่าโจ้ว (เจ้าแม่ผู้ศักสิทธิ์)”ต่อมาได้เลื่อนยศเป็น
“เทียนโฮ่วหรือราชินีสวรรค์”
การที่ทางพระราชสำนักชิงยกย่องให้เป็นเจ้าแม่มาโจ้วนั้นนอกจากสาเหตุทางการเมืองและทางทหารแล้ว
ยังมีสาเหตุมาจากเห็นความสำคัญในการเดินเรือของประชาชนและการพัฒนากิจการทางทะเล

การเผยแพร่ความเลื่อมใสศรัทธาในเจ้าแม่มาโจ้ว
นั้นเนื่องด้วยเจ้าแม่มาจู่เป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเลซึ่งเผยแผ่ไปตามแนวชายฝั่งเหนือใต้
และได้เผยแผ่ไปตามมณฑลต่างๆตามแนวชายฝั่งทะเลของจีนโดยชาวเรือ พ่อค้าวานิช และประชาชนทั่วไป
อีกทั้งยังได้แพร่หลายไปยังต่างประเทศโดยการชักนำของชาวจีนอพยพ ซึ่งได้แพร่หลายไปยังเกาะฮ่องกงเกาะมาเก๊า
เกาะไต้หวัน เกาะเผิงหู ญี่ปุ่น เวียดนามและหมู่เกาะแปซิฟิกใต้
นอกจากในทวีปเอเชียแล้วยังได้เผยแผ่ไปไกลถึงทวีปยุโรปและอเมริกาอีกด้วย
ซึ่งอิทธิปาฏิหาริย์ของท่านนั้นมากมายเกินขอบเขตของเทพเจ้าผู้คุ้มครองทะเลอีกด้วย

เจ้าแม่มาโจ้วหรือเจ้าแม่ทับทิมได้ถือกำเนิดในยุคสมัยราชวงศ์ซ่ง เดือน๑ปีเจี้ยนหลงซึ่งตรงกับปี ค.ศ.960 ที่เกาะเหมยโจว
อำเภอผูเถียน มณฑลฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) เดิมแซ่หลิน มีบิดาเป็นชาวประมงที่มีความชำนาญในการเดินเรือ
เจ้าแม่มาโจ้วเมื่อยังมีชีวิตอยู่นั้นเป็นคนชาญฉลาด มีสติปัญญาเกินคนทั่วไปมีความรู้ทั้งด้านดาราศาสตร์ภูมิศาสตร์
มีความรู้อย่างลึกซึ้งในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศและคลื่นลมทะเล
สามารถพยากรณ์อากาศได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดการเกิดภัยพิบัติของชาวบ้าน
อีกทั้งยังมีความรู้เรื่องการทำนายโชคชะตาราศี สามารถทำนายโชคชะตาได้อย่างแม่นยำ

จึงเป็นที่รักและศรัทธาของคนทั่วไป
ต่อไป กลับ